วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

บันทึกครั้งที่ 7

รายงานผลจากการไป ร.ร สาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษมสรุป
จากการฟังคำบรรยายทั้ง 3กลุ่มเล่าการดำเนินกิจกรรมที่ไปลงสังเกตเด็ก ที่มีรูปแบบเดียวกัน ลักษณะกิจกรรมที่มีการใช้สื่อเครื่องเทปบันทึกเสียงต่างๆให้เด็กฟังและพูดตามเสียงนั้น และการฟังเพลงบรรเลงแล้วให้ลากเส้นตามเสียงที่ได้ยินเล่านิทานผ่านเสียงบันทึก เด็กจะมีพฤติกรรมที่ชัดเจนคือ เด็กเขินอายเป็นเพราะเด็กไม่คุ้ยเคยกัยผู้ที่จัดกิจกรรม และเด็กไม่ตอบคำถามที่ผู้จักถามเด็ก แต่เด็กบ้างคนพูดก่อนผู้จัดถาม และตอบได้ดีเวลาถามเด็ก

บันทึกครั้งที่ 6

วันนี้อาจารย์ตรวจนิทานเกี่ยวกับการตั้งคำถามแล้วให้ทายเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเด็กและให้เด็กสามารถมองเห็นภาพที่ชัดเจนสามารถให้เด็กทายนิทานที่เราตั้งให้ถูก การเลือกใช้พื้นหลังสีไม่ชูดชาด
บันทึกครั้งที่ 6
จัดกลุ่มทำกิจกรรมเกี่ยวกับการสังเกตพฤติกรรมของเด็กอ่านนิทาน อัดเสียงฟังเด็กฟัง การฟังเพลง สิ่งของที่ชอบมากที่สุดหลักการสำคัญในการเล่านิทาน1.การเลือกหนังสือ2.การตั้งคำถามเด็ก
บันทึกครั้งที่ 5 สิ่งที่ได้รับจากที่เพื่อนนำเสนองานเรื่อง การจัดประสบการณ์สำหรับเด็กการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กทำให้เด็กเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้สอดคล้องกับพัฒนาการ เพื่อส่งเสริมทักษะทางด้านการฟัง พูด อ่าน เขียนและต้องผ่านการลงมือกระทำ ทดลอง ปฏิบัติจริง บนพื้นฐานอย่างอิสระบรรยากาศในการเรียน1.เพื่อนนำเสนองานบางครั้งอธิบายไม่เข้าใจ2.เพื่อนนำเสนอพูดน้ำเสียงยังไม่ชัดเจน คำควบกล้ำ3..อากาศในห้องเรียนเย็น

วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

บันทึกครั้งที่ 4

อาจารย์สั่งงาน ดังนี้
กลุ่ม 1 เรื่อง ความหมายของภาษาภาษาเป็นสิ่งจำเป็นในการถ่ายทอดวัฒนธรรม ซึ่งภาษาได้แก่การฟัง การพูด การอ่าน การเขียน นอกจากนี้ท่าทางหรือสัญลักษณ์ยังเป็นภาษา ซึ่งมีผู้ส่งสารและผู้รับสารต้องเข้าใจความหมายตรงกัน
กลุ่ม 2 เรื่อง ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาทฤษฎีของเพียเจต์ คือการเรียนรู้ของเด็กเป็นกระบวนการทำงานของระบบประสาท เรียกว่า"ปฏิบัติการ"ทฤษฎีของบรูเนอร์ เป็นการเรียนรู้จากการทำกิจกรรมผ่านทางสมอง
กลุ่ม 3 เรื่อง จิตวิทยาการเรียนรู้เป็นกระบวนการที่มีความสำคัญและจำเป็นในการดำรงชีวิต สิ่งมีชีวิตไม่ว่ามนุษย์หรือสัตว์เริ่มเรียนรู้ตั้งแต่แรกเกิดจนตาย ดัง "สิ่งที่ทำให้คนเราแตกต่างจากสัตว์อื่น ๆ ก็เพราะว่า คนย่อมมีปัญญา
องค์ประกอบสำคัญของการเรียนรู้
1. แรงขับ เป็นความต้องการที่เกิดขึ้นภายในตัวบุคคล
2. สิ่งเร้า เป็นสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ต่างๆ
3. การตอบสนอง เป็นปฏิกิริยา หรือพฤติกรรมต่างๆ ที่แสดงออกมาเมื่อบุคคลได้รับการกระตุ้นจากสิ่งเร้า
4. การเสริมแรง เป็นการให้สิ่งที่มีอิทธิพลต่อบุคคลอันมีผลในการเพิ่มพลังให้เกิดการเชื่อมโยง ระหว่างสิ่งเร้ากับการตอบสนองเพิ่มขึ้น
กลุ่ม 4 เรื่อง แนวคิดนักการศึกษาการสอนภาษาแบบองค์รวม คือการสอนที่เป็นไปตามธรรมชาติ เน้นสื่อที่มีความหมาย ประสบการณ์เดิมหลักการอ่านและเขียนภาษาแบบองค์รวม
1.ผู้อ่านต้องต้องเก็บข้อมูลและทำความเข้าใจความหมายข้อความที่อ่าน
2.กระบวนการอ่านต้องเชื่อมโยงกับรูปภาพที่เด็กเห็น
3.การเขียนจะเน้นความสัมพันธ์นักทฤษฎีดิวอี้ เกิดจากประสบการณ์การลงมือกระทำไวกอตสกี การเรียนรู้จาการปฏิสัมพันธ์กับบุคคลใกล้เคียงฮอลลิเดย์ สถานการณ์ในสิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อภาษาสำหรับเด็ก
กลุ่ม 5 เรื่อง การจัดประสบการณ์สำหรับเด็กหลักการจัดการเรียนรู้ทำให้เด็กเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจัดประสบการณ์ให้สอดคล้องกับพัฒนาการ เพื่อส่งเสริมทักษะทางด้านการฟัง พูด อ่าน เขียนและต้องผ่านการลงมือกระทำ ทดลอง ปฏิบัติจริง บนพื้นฐานอย่างอิสระ

วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ความหมายของภาษา

วันที่ 18 ธันวาคม 2552
ความหมายของภาษา พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ให้ความหมายของคำว่า “ ภาษา ” ไว้ว่า “ ภาษา คือ เสียงหรือกิริยาอาการ
ทำความเข้าใจกันได้ คำพูด ถ้อยคำที่ใช้พูดกัน ” (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 : 616)วิจินตน์ ภาณุพงศ์ อธิบายความหมายของภาษาว่า “ ภาษา หมายถึง เสียงพูดที่มีระเบียบและมีความหมาย ซึ่งมนุษย์ใช้ในการสื่อความคิด ความรู้สึก และในการที่จะให้ผู้ที่เราพูดด้วยทำสิ่งที่เราต้องการ และแทนสิ่งที่เราพูดถึง ” (วิจินตน์ ภาณุพงศ์ 2524 : 85)
บันลือ พฤกษะวัน(2522, หน้า 5) ได้ให้ความหมายของภาษาไว้ว่า “คือเครื่องมือที่ใช้สื่อความหมายที่สำคัญที่สุดของมนุษย์” เมย์ (MAY, อ้างถึง บันลือ พฤกษะวัน ,2533, หน้า5)ได้กล่าวถึงภาษาว่า การที่มนุษย์ใช้ภาษาสื่อความหมายกันได้ ย่อมเป็นเครื่องแสดงว่ามนุษย์ประเสริฐกว่าสัตว์ นอกจากนี้ ศุภวัตน์ ชื่นชอบ ได้ให้ความหมายของภาษาไว้ว่า ภาษาคือเครื่องมือการสื่อสาร (2524, หน้า1)และพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน(2530, หน้า203)ได้ให้ความหมายของภาษาไว้ดังนี้ ภาษา หมายถึง เสียงหรือกริยาอาการที่เป็นสื่อเข้าใจความหมายรู้กันได้,คำพูด,ถ้อยคำที่ใช้พูดจากัน โดยสรุปแล้วภาษาก็คือเครื่องมือที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารกันและกันให้เข้าใจนั่นเอง
อาจกล่าวโดยสรุปว่า “ ภาษา ” หมายถึง เครื่องมือในการสื่อความหมายซึ่งใช้ถ่ายทอดความคิด ความรู้สึก ความต้องการของตนให้ผู้อื่นทราบ ไม่ว่าจะเป็นเสียงพูด ถ้อยคำ กิริยาอาการ หรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ

วันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เนทนิคการสอนภาษา 27/พ.ย/2552

เทคนิคการสอนภาษา
การสอนภาษาสำหรับเด็กไม่ใช่เพียงการสอนเฉพาะทักษะการอ่านและการเขียนเท่านั้นแต่ต้องร่วมถึงทักษะการฟัง การพูดด้วย เพราะการฟังและการพูดเป็นพื้นฐานของการอ่านและการเขียนครูสามารถประเมินผลการสอนของตนเองจากเด็กง่ายๆ โดยให้เด็กสังเกตว่าเวลาเราสอนเด็กรู้สึกอย่างไร ถ้าเด็กรู้สึกเครียด เบื่อไม่สนุกด้วยแสดงว่าการสอนภาษาของเราน่าจะไม่ถูกต้องเสียแล้ว
ข้อปฏิบัติในการสอนภาษา
1. ควรสอนในสภาพที่เป็นธรรมชาติที่สุด ไม่ใช่การจับเด็กมานั่งเรียนอย่างเดียว
2. ควรสอนโดยไม่มีการแบ่งแยกกลุ่มเด็กเก็งเด็กอ่อน
ครูควรสอนภาษาเด็กอย่างไร
1. เริ่มจากสิ่งที่เด็กรู้แล้วและอยู่ในความสนใจของเด็ก
2. ให้ความเคารพและยอมรับภาษาที่เด็กใช้
3. ใช้วิธีการประเมินที่เหมาะสม
ข้อควรปฏิบัติในการสอนภาษา
1. ควรสอนในสภาพที่ธรรมชาติ
2. ควรสอนโดยไม่มีการแบ่งแยกกลุ่มเด็กเก็งเด็กอ่อน